การจัดฟันช่วยแก้ไขตำแหน่งฟันและการสบฟัน แต่ในช่วงที่ติดเครื่องมือจัดฟัน โดยเฉพาะ จัดฟันเหล็ก การทำความสะอาดช่องปากจะยากกว่าปกติ เพราะแบร็กเก็ตและลวดทำให้เศษอาหารและคราบพลัคสะสมได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน ที่สำคัญคือ แปรงฟันอย่างถูกวิธี ทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ตและซอกฟัน ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน ลดอาหารหวานและอาหารที่ติดเครื่องมือง่าย รวมถึงพบทันตแพทย์ตามนัดและตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
หากดูแลไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ ฟันผุ เหงือกอักเสบ หินปูน กลิ่นปาก และรอยขาวบนผิวฟัน ซึ่งบางปัญหาอาจเห็นชัดขึ้นหลังถอดเครื่องมือจัดฟัน
บทความนี้รวบรวมวิธีดูแลช่องปากสำหรับคนจัดฟัน ตั้งแต่การแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน อาหารที่ควรระวัง ไปจนถึงอาการผิดปกติที่ควรพบทันตแพทย์
ทำไมคนจัดฟันต้องดูแลฟันมากกว่าปกติ?
เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่นประกอบด้วยแบร็กเก็ต ลวด และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ติดอยู่บนฟัน ทำให้มีพื้นที่สำหรับเศษอาหารและคราบพลัคสะสมเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะบริเวณ
- รอบแบร็กเก็ต
- ใต้ลวดจัดฟัน
- ระหว่างซี่ฟัน
- บริเวณขอบเหงือก
- ฟันกรามด้านใน
- บริเวณที่แปรงสีฟันเข้าถึงยาก
หากปล่อยให้คราบพลัคสะสมเป็นเวลานาน แบคทีเรียสามารถสร้างกรดจากน้ำตาลในอาหาร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียแร่ธาตุของผิวเคลือบฟันและฟันผุ
คราบพลัคบริเวณขอบเหงือกยังสามารถทำให้เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกขณะแปรงฟันได้
ดังนั้นการจัดฟันให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีจึงไม่ใช่เพียงทำให้ “ฟันเรียงสวย” แต่ต้องรักษาสุขภาพของฟันและเหงือกไปพร้อมกันด้วย
10 วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน
1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
พื้นฐานสำคัญที่สุดของการดูแลฟันระหว่างจัดฟันคือ การแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง
ควรแปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน และทำความสะอาดหลังรับประทานอาหารตามความเหมาะสม
คนจัดฟันควรให้ความสำคัญกับบริเวณรอบแบร็กเก็ตมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่เศษอาหารและคราบพลัคสะสมได้ง่าย
ไม่ควรแปรงเฉพาะบริเวณด้านหน้าของแบร็กเก็ต แต่ควรทำความสะอาดทั้ง
เหนือแบร็กเก็ต → รอบแบร็กเก็ต → ใต้แบร็กเก็ต → ขอบเหงือก
รวมถึงด้านบดเคี้ยวและด้านในของฟันด้วย
2. คนจัดฟันควรแปรงฟันอย่างไร?
สำหรับผู้ที่จัดฟันแบบติดเครื่องมือ ควรแปรงอย่างเบามือและใช้เวลาทำความสะอาดให้ทั่วถึง
บริเวณเหนือแบร็กเก็ต
เอียงแปรงเพื่อให้ขนแปรงเข้าถึงบริเวณระหว่างขอบเหงือกกับด้านบนของแบร็กเก็ต
บริเวณตัวแบร็กเก็ต
แปรงรอบเครื่องมืออย่างเบามือ เพื่อกำจัดคราบและเศษอาหาร
บริเวณใต้แบร็กเก็ต
ปรับมุมของแปรงเพื่อทำความสะอาดบริเวณใต้เครื่องมือและลวด
ด้านในของฟัน
แม้ไม่มีแบร็กเก็ตด้านในในหลายเคส แต่ยังต้องแปรงบริเวณนี้เหมือนปกติ
ด้านบดเคี้ยว
แปรงร่องฟันกรามให้สะอาด เพราะเป็นอีกจุดที่เศษอาหารสะสมได้ง่าย
สิ่งสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องออกแรงแปรงมาก
การแปรงแรงไม่ได้ทำให้ฟันสะอาดขึ้นเสมอไป และอาจทำให้เหงือกได้รับการระคายเคือง
3. ใช้แปรงซอกฟันช่วยทำความสะอาดรอบเครื่องมือ
แปรงซอกฟัน (Interdental Brush) เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์สำหรับคนจัดฟัน เพราะสามารถเข้าถึงบริเวณที่แปรงสีฟันทั่วไปทำความสะอาดได้ยาก
เช่น
- ใต้ลวดจัดฟัน
- รอบแบร็กเก็ต
- ช่องระหว่างเครื่องมือ
- ซอกฟันบางบริเวณ
ควรเลือกขนาดแปรงซอกฟันให้เหมาะสม และใช้อย่างเบามือ
หากไม่แน่ใจว่าควรใช้ขนาดใด สามารถสอบถามทันตแพทย์หรือบุคลากรทางทันตกรรมที่ดูแลได้
4. จัดฟันอยู่ต้องใช้ไหมขัดฟันไหม?
ควรทำความสะอาดระหว่างซี่ฟัน แม้กำลังจัดฟันอยู่
แปรงสีฟันไม่สามารถทำความสะอาดพื้นที่ระหว่างฟันได้ทั้งหมด การใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดระหว่างซี่ที่เหมาะสมจึงยังมีความสำคัญ
สำหรับคนจัดฟันแบบติดเครื่องมือ การใช้ไหมขัดฟันแบบทั่วไปอาจทำได้ยากขึ้น เพราะมีลวดจัดฟันขวางอยู่
จึงสามารถใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น
- ไหมขัดฟันสำหรับคนจัดฟัน
- ตัวสอดไหมขัดฟัน
- Super Floss
- อุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันที่ทันตแพทย์แนะนำ
ควรทำอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เหงือกหรือเครื่องมือได้รับความเสียหาย
5. ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
ฟลูออไรด์ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวเคลือบฟันและมีบทบาทในการป้องกันฟันผุ
สำหรับผู้จัดฟันที่มีบริเวณสะสมคราบมากขึ้น การเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์และแปรงอย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญ
หลังแปรงฟันควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อฟันผุสูง
6. ลดอาหารหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับฟันผุ
แบคทีเรียในคราบพลัคสามารถใช้น้ำตาลและสร้างกรดที่ส่งผลต่อผิวเคลือบฟัน
สำหรับคนจัดฟัน หากมีคราบสะสมอยู่รอบแบร็กเก็ตบ่อย ๆ และรับประทานอาหารหวานเป็นประจำ ความเสี่ยงต่อปัญหาผิวฟันอาจเพิ่มขึ้น
ควรลดความถี่ในการรับประทาน เช่น
- ลูกอม
- ขนมหวาน
- น้ำอัดลม
- ชานม
- เครื่องดื่มรสหวาน
- ขนมที่ติดฟันง่าย
ไม่ใช่เพียง “ปริมาณน้ำตาล” เท่านั้น แต่ ความถี่ในการรับประทานอาหารหวานระหว่างวัน ก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
7. ระวังอาหารแข็ง เหนียว และติดเครื่องมือง่าย
อาหารบางชนิดอาจเพิ่มโอกาสทำให้แบร็กเก็ตหลุด ลวดงอ หรือเครื่องมือจัดฟันได้รับความเสียหาย
ควรระมัดระวังอาหารที่แข็งหรือเหนียวมาก เช่น
- น้ำแข็ง
- ลูกอมแข็ง
- ถั่วแข็ง
- ขนมเหนียว
- หมากฝรั่ง
- อาหารที่ต้องใช้ฟันหน้ากัดแรง ๆ
สำหรับผลไม้หรืออาหารชิ้นใหญ่ เช่น แอปเปิลหรือแครอต อาจตัดให้เป็นชิ้นเล็กก่อนรับประทานแทนการใช้ฟันหน้ากัดโดยตรง
หากแบร็กเก็ตหลุดหรือลวดเสียหาย ควรติดต่อคลินิกที่ดูแลเพื่อรับคำแนะนำ
8. ขูดหินปูนตามคำแนะนำของทันตแพทย์
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “จัดฟันอยู่ ขูดหินปูนได้ไหม?”
คำตอบคือ สามารถขูดหินปูนได้ และในหลายกรณีการดูแลคราบหินปูนมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงจัดฟัน
หินปูนไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันตามปกติ
ทันตแพทย์หรือทันตบุคลากรจะประเมินสุขภาพช่องปากและพิจารณาความถี่ในการขูดหินปูนตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ไม่จำเป็นว่าคนจัดฟันทุกคนจะต้องขูดหินปูนในช่วงเวลาที่เท่ากัน
9. พบทันตแพทย์จัดฟันตามนัด
การมาตามนัดมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องของการรักษา
ทันตแพทย์จะตรวจการเคลื่อนของฟัน เครื่องมือ และสุขภาพช่องปาก รวมถึงปรับเครื่องมือตามแผนการรักษา
หากขาดนัดบ่อยหรือเว้นระยะนาน อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของแผนการจัดฟัน
นอกจากนี้ หากมีปัญหา เช่น
- แบร็กเก็ตหลุด
- ลวดทิ่ม
- เครื่องมือแตก
- ปวดผิดปกติ
- เหงือกบวมมาก
- มีเลือดออกจากเหงือกบ่อย
- สงสัยว่ามีฟันผุ
ไม่ควรรอจนถึงนัดครั้งถัดไปโดยไม่แจ้งคลินิก
10. ตรวจสุขภาพฟันและเหงือกเป็นประจำ
การพบหมอจัดฟันและการตรวจสุขภาพช่องปากมีเป้าหมายบางส่วนที่แตกต่างกัน
นอกจากติดตามการเคลื่อนของฟันแล้ว ยังควรตรวจสุขภาพช่องปากตามระยะที่เหมาะสม เพื่อค้นหาปัญหา เช่น
- ฟันผุ
- หินปูน
- เหงือกอักเสบ
- รอยขาวบนผิวฟัน
- ปัญหาอื่น ๆ ภายในช่องปาก
การตรวจพบปัญหาในระยะเริ่มต้นช่วยให้สามารถวางแผนดูแลได้เร็วขึ้น
จัดฟันแล้วเหงือกบวม เกิดจากอะไร?
หนึ่งในปัญหาที่พบได้ระหว่างจัดฟันคือ เหงือกบวม แดง หรือมีเลือดออกง่าย
สาเหตุหนึ่งที่พบได้คือคราบพลัคสะสมบริเวณขอบเหงือก เพราะเครื่องมือจัดฟันทำให้การทำความสะอาดยากขึ้น
หากมีอาการ ควรตรวจสอบวิธีแปรงฟันและการทำความสะอาดระหว่างซี่
แต่หากเหงือกบวมมาก มีเลือดออกบ่อย เจ็บ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย
ทำไมจัดฟันแล้วมีกลิ่นปาก?
กลิ่นปากระหว่างจัดฟันอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
เศษอาหาร + คราบพลัค + การทำความสะอาดรอบเครื่องมือไม่ทั่วถึง
นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาเหงือก ฟันผุ ลิ้น หรือสาเหตุอื่น ๆ
หากรู้สึกว่ามีกลิ่นปาก ควรเริ่มจาก
- แปรงฟันให้ทั่วถึง
- ทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ต
- ใช้ไหมขัดฟัน
- ทำความสะอาดลิ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพช่องปาก
หากดูแลแล้วกลิ่นปากยังไม่ดีขึ้น ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
จัดฟันแล้วฟันเหลือง ทำอย่างไร?
ฟันที่ดูเหลืองขึ้นระหว่างจัดฟันไม่ได้หมายความว่าเครื่องมือจัดฟันทำให้เนื้อฟันเหลืองโดยตรงเสมอไป
สิ่งที่เห็นอาจเกิดจาก
- คราบพลัค
- หินปูน
- คราบชาและกาแฟ
- เครื่องดื่มสีเข้ม
- การทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ตไม่ทั่วถึง
หากรู้สึกว่าฟันเหลือง ควรให้ทันตแพทย์ตรวจว่าเกิดจากคราบบนผิวฟันหรือสีของเนื้อฟันจริง
ไม่ควรรีบใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันด้วยตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่จัดฟันแบบติดเครื่องมือ
จัดฟันอยู่ ฟอกสีฟันได้ไหม?
สำหรับ จัดฟันแบบติดเครื่องมือ โดยทั่วไปมักไม่แนะนำให้ฟอกสีฟันทั้งปากขณะที่ยังมีแบร็กเก็ตติดอยู่ เนื่องจากเครื่องมือปิดบังผิวฟันบางส่วน ทำให้สารฟอกสีสัมผัสกับผิวฟันได้ไม่สม่ำเสมอ
เมื่อถอดเครื่องมือออก อาจเกิดความแตกต่างของสีในบริเวณที่เคยถูกแบร็กเก็ตปิดอยู่
หากกังวลเรื่องฟันเหลือง ควรเริ่มจากการตรวจสุขภาพช่องปากและขจัดคราบหรือหินปูนตามความเหมาะสมก่อน
ส่วนผู้ที่ จัดฟันใสแบบถอดได้ อาจมีทางเลือกแตกต่างออกไป แต่ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนฟอกสีฟัน
จัดฟันแล้วมีรอยขาวรอบแบร็กเก็ต เกิดจากอะไร?
รอยสีขาวบริเวณผิวฟันรอบแบร็กเก็ตอาจเป็นสัญญาณของ การสูญเสียแร่ธาตุของผิวเคลือบฟัน
ปัญหานี้สัมพันธ์กับการสะสมของคราบพลัคเป็นเวลานานในบางกรณี
รอยอาจเห็นได้ชัดขึ้นหลังถอดเครื่องมือจัดฟัน
การป้องกันจึงสำคัญกว่าการรอแก้ไขภายหลัง โดยควร
- แปรงรอบแบร็กเก็ตให้สะอาด
- ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
- ลดความถี่ของอาหารและเครื่องดื่มหวาน
- ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
หากพบรอยขาวควรให้ทันตแพทย์ตรวจและประเมิน ไม่ควรพยายามฟอกสีฟันเพื่อกลบรอยด้วยตัวเอง
แปรงฟันแล้วเลือดออกตอนจัดฟัน ต้องหยุดแปรงไหม?
หากมีเลือดออกจากเหงือก ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการหยุดทำความสะอาดบริเวณนั้น เพราะคราบพลัคที่สะสมอาจทำให้ปัญหาเหงือกดำเนินต่อไป
ควรแปรงอย่างเบามือและตรวจสอบวิธีทำความสะอาด
หากมีเลือดออกเป็นประจำ เหงือกบวม เจ็บ หรือไม่ดีขึ้น ควรพบทันตแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
แบร็กเก็ตหลุด ทำอย่างไร?
หากแบร็กเก็ตหลุด ไม่ควรดึงเครื่องมือออกด้วยตัวเอง
หากยังติดอยู่กับลวด ควรหลีกเลี่ยงการเล่นหรือขยับเครื่องมือ และติดต่อคลินิกจัดฟันเพื่อรับคำแนะนำ
หากเครื่องมือมีส่วนแหลมคมจนระคายเคืองเยื่อบุช่องปาก สามารถสอบถามคลินิกเกี่ยวกับการใช้ขี้ผึ้งสำหรับจัดฟัน (Orthodontic Wax) เพื่อช่วยลดการเสียดสีชั่วคราว
ลวดจัดฟันทิ่มแก้ม ทำอย่างไร?
หากปลายลวดทิ่มกระพุ้งแก้มหรือริมฝีปาก สามารถใช้ Orthodontic Wax ปิดบริเวณที่ระคายเคืองชั่วคราวได้
จากนั้นควรติดต่อคลินิกเพื่อรับคำแนะนำว่าจำเป็นต้องเข้ามาปรับเครื่องมือหรือไม่
ไม่ควรพยายามตัดหรือดัดลวดด้วยอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมเอง เพราะอาจทำให้เครื่องมือเสียหายหรือเกิดการบาดเจ็บ
จัดฟันใสดูแลฟันเหมือนจัดฟันเหล็กไหม?
หลักสำคัญของการรักษาความสะอาดยังเหมือนกัน แต่ผู้ที่จัดฟันใสต้องดูแลเครื่องมือเพิ่มเติม
ก่อนใส่เครื่องมือกลับ ควรดูแลความสะอาดของฟันและเครื่องมือตามคำแนะนำ
ไม่ควรปล่อยให้เศษอาหารหรือเครื่องดื่มหวานค้างอยู่บนฟันแล้วใส่อุปกรณ์ครอบทับเป็นเวลานาน
เครื่องมือจัดฟันใสควรทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะกับวัสดุ และหลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดที่อาจทำให้เครื่องมือบางประเภทเสียรูป
ของที่คนจัดฟันควรมีติดตัว
สำหรับผู้ที่จัดฟันแบบติดเครื่องมือ การมีอุปกรณ์ทำความสะอาดติดตัวช่วยให้ดูแลช่องปากระหว่างวันได้สะดวกขึ้น เช่น
- แปรงสีฟัน
- ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
- แปรงซอกฟัน
- ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ช่วยสอดไหม
- Orthodontic Wax
- กล่องสำหรับเก็บอุปกรณ์
โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารนอกบ้านบ่อย การมีชุดดูแลฟันขนาดเล็กสามารถช่วยให้รักษาความสะอาดได้สม่ำเสมอขึ้น
สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างจัดฟัน
เพื่อช่วยลดปัญหาระหว่างการรักษา ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้
กัดน้ำแข็ง — เพิ่มความเสี่ยงต่อเครื่องมือและฟัน
ใช้ฟันเปิดสิ่งของ — อาจทำให้ฟันหรือเครื่องมือได้รับความเสียหาย
แปรงฟันแรงเกินไป — ไม่ได้ช่วยให้สะอาดขึ้นและอาจระคายเคืองเหงือก
ปล่อยให้แบร็กเก็ตหลุดโดยไม่แจ้งคลินิก — อาจส่งผลต่อแผนการรักษา
ขาดนัดจัดฟันบ่อย ๆ — ทำให้การติดตามและปรับเครื่องมือไม่ต่อเนื่อง
ซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันมาใช้เองขณะติดเครื่องมือ — อาจทำให้ผลลัพธ์ของสีฟันไม่สม่ำเสมอและไม่เหมาะกับสภาพช่องปาก
เช็กลิสต์ดูแลฟันสำหรับคนจัดฟัน
ทุกวัน
✓ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
✓ แปรงรอบแบร็กเก็ตให้ทั่ว
✓ ทำความสะอาดระหว่างซี่ฟัน
✓ ใช้แปรงซอกฟันตามความเหมาะสม
✓ ลดความถี่ของอาหารและเครื่องดื่มหวาน
✓ สังเกตเครื่องมือว่ามีส่วนใดหลุดหรือเสียหายหรือไม่
ตามนัด
✓ พบหมอจัดฟันตามกำหนด
✓ ตรวจสุขภาพช่องปาก
✓ ขจัดหินปูนตามความเหมาะสม
✓ แจ้งทันตแพทย์หากมีอาการผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน
จัดฟันควรแปรงฟันวันละกี่ครั้ง?
ควรแปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยให้ความสำคัญกับการแปรงก่อนนอน และทำความสะอาดหลังรับประทานอาหารตามความเหมาะสม
จัดฟันต้องใช้ไหมขัดฟันไหม?
ควรทำความสะอาดระหว่างซี่ฟัน แม้มีเครื่องมือจัดฟัน โดยสามารถใช้ไหมขัดฟันร่วมกับตัวช่วยสอดไหมหรืออุปกรณ์ที่เหมาะกับคนจัดฟัน
คนจัดฟันใช้แปรงซอกฟันได้ไหม?
ได้ แปรงซอกฟันช่วยทำความสะอาดบริเวณใต้ลวดและรอบแบร็กเก็ตที่แปรงสีฟันทั่วไปเข้าถึงได้ยาก
จัดฟันอยู่ขูดหินปูนได้ไหม?
ได้ หากมีหินปูน ทันตแพทย์สามารถประเมินและขจัดหินปูนตามความเหมาะสม แม้กำลังอยู่ระหว่างจัดฟัน
จัดฟันอยู่ฟอกสีฟันได้ไหม?
หากเป็นเครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น โดยทั่วไปมักแนะนำให้รอจนถอดเครื่องมือก่อน เพื่อให้สารฟอกสีสามารถสัมผัสผิวฟันได้ทั่วถึง ส่วนการจัดฟันใสควรให้ทันตแพทย์ประเมินเป็นรายกรณี
จัดฟันแล้วเหงือกบวมเป็นเรื่องปกติไหม?
ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ดูแล เหงือกบวมอาจสัมพันธ์กับคราบพลัคหรือปัจจัยอื่น หากดูแลความสะอาดแล้วไม่ดีขึ้นควรพบทันตแพทย์
จัดฟันแล้วฟันเหลืองแก้ยังไง?
ควรตรวจหาสาเหตุก่อนว่าเกิดจากคราบ หินปูน หรือสีของเนื้อฟัน จากนั้นจึงวางแผนดูแลที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีมาใช้เองโดยไม่ประเมินช่องปากก่อน
แบร็กเก็ตหลุดต้องไปหาหมอทันทีไหม?
ควรติดต่อคลินิกที่ดูแลเพื่อแจ้งอาการและรับคำแนะนำว่าจำเป็นต้องเข้าพบทันตแพทย์เมื่อใด ไม่ควรพยายามติดแบร็กเก็ตกลับด้วยตัวเอง
สรุป วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน ต้องทำอะไรบ้าง?
วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟันที่สำคัญที่สุดคือ รักษาความสะอาดของฟันและเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอ
ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทำความสะอาดบริเวณรอบแบร็กเก็ต ใช้ไหมขัดฟันและแปรงซอกฟัน ลดอาหารหวาน ระวังอาหารแข็งและเหนียว รวมถึงพบทันตแพทย์ตามนัด
หากพบ เหงือกบวม เลือดออก ฟันผุ รอยขาว แบร็กเก็ตหลุด ลวดทิ่ม หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรแจ้งทันตแพทย์ ไม่ควรปล่อยปัญหาไว้จนรุนแรงขึ้น
เพราะเป้าหมายที่ดีของการจัดฟันไม่ใช่เพียง “ฟันเรียงสวย” แต่ควรเป็น “ฟันเรียงสวยพร้อมสุขภาพฟันและเหงือกที่ดี” หลังถอดเครื่องมือด้วย
ดูแลฟันระหว่างจัดฟันกับ Dental Western
การจัดฟันเป็นการรักษาที่ต้องอาศัยทั้งการวางแผนของทันตแพทย์และความร่วมมือในการดูแลช่องปากของผู้เข้ารับการรักษา
ที่ Dental Western สามารถเข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดฟันและการดูแลสุขภาพช่องปากระหว่างจัดฟัน รวมถึงตรวจปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา เช่น คราบหินปูน เหงือกอักเสบ ฟันผุ หรือเครื่องมือจัดฟันที่มีปัญหา
หากกำลังจัดฟันแล้วพบว่า ทำความสะอาดยาก เหงือกบวม มีกลิ่นปาก ฟันเริ่มมีคราบ หรือไม่แน่ใจว่าดูแลเครื่องมือถูกวิธีหรือไม่ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจและแนะนำตามสภาพช่องปากของแต่ละคน
จัดฟันให้ฟันเรียงสวย อย่าลืมดูแลสุขภาพฟันไปพร้อมกัน เพื่อให้วันที่ถอดเครื่องมือออก ได้ทั้งรอยยิ้มที่สวยและสุขภาพช่องปากที่ดี










